ตั้งค่าระบบร้านค้าและการชำระเงินสำหรับธุรกิจนำเข้าสินค้าญี่ปุ่น
เมื่อดึงสินค้าจาก Yahoo Auction และ API ญี่ปุ่นได้แล้ว งานจริงของร้านคือรับเงิน ออกเอกสาร และตามพัสดุให้ครบ Japan Net Tech มีระบบร้านค้าในตัว ทั้งตะกร้าสินค้า E-Wallet ใบเสร็จรับเงิน บิลส่งของ ระบบค่าคอมมิชชั่น และสถานะนำเข้า
บทความนี้ไล่ตั้งค่าที่ร้านนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นควรทำให้เสร็จก่อนเปิดรับลูกค้าจำนวนมาก
ระบบร้านค้าสำหรับธุรกิจนำเข้าต่างจากร้านทั่วไปอย่างไร
ร้านค้าทั่วไปขายสต็อกที่มีอยู่แล้ว แต่ร้าน พรีออเดอร์สินค้าญี่ปุ่น ต้องรับเงินมัดจำหรือเต็มจำนวน ก่อนไปประมูลหรือซื้อจากญี่ปุ่น แล้วค่อยคิดค่าส่งระหว่างประเทศ ค่าดำเนินการ และส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน ระบบร้านจึงต้องรองรับหลายสถานะเงิน ไม่ใช่แค่จ่ายแล้วจบ
JP Bidding รวมหน้าร้าน ตะกร้า ออเดอร์ และการเงินไว้ที่เดียว เพื่อให้แอดมินไม่ต้องย้ายข้อมูลระหว่างเว็บประมูล บัญชี และไลน์ลูกค้า
ตั้งค่าหน้าร้านพื้นฐาน
- โลโก้ ชื่อร้าน และภาษาไทยบนหน้าร้าน
- สกุลเงินบาท พร้อมเรทคำนวณจากเงินเยน
- มาร์จิ้น ค่าบริการประมูล และค่าดำเนินการ
- ข้อความเงื่อนไข เช่น สินค้ามือสอง สภาพตามรูป เวลาปิดประมูลตามญี่ปุ่น
- ช่องทางติดต่อและนโยบายเมื่อสินค้าถูกยกเลิกฝั่งผู้ขาย
หากหน้าร้านยังไม่ชัด ลูกค้าจะทักถามก่อนโอนทุกครั้ง งานแอดมินจะบานทันทีที่ออเดอร์เพิ่ม
ช่องทางชำระเงินและ E-Wallet
ร้านนำเข้ามักไม่จบที่การโอนครั้งเดียว เพราะมีทั้งมัดจำ ส่วนต่างประมูล ค่าส่งระหว่างประเทศ และค่าส่งในไทย ระบบ E-Wallet ช่วยให้ลูกค้าเติมเงินในกระเป๋าแล้วตัดรายการย่อยได้ โดยร้านออกใบเสร็จรับเงินและเก็บประวัติได้ครบ
สิ่งที่ควรเปิดก่อนรับออเดอร์จริง
- ช่องทางโอนเงินหรือชำระเงินหลักที่ลูกค้าใช้บ่อย
- กระเป๋าเงิน E-Wallet สำหรับตัดมัดจำและค่าส่งเพิ่ม
- ใบเสร็จรับเงินและบิลส่งของ
- สถานะรอชำระเงิน / ชำระแล้ว / รอส่วนต่าง
ทดสอบตัดยอดอย่างน้อย 1 ออเดอร์จำลอง ก่อนประกาศเปิดร้าน
ค่าขนส่งและสถานะนำเข้า
ลูกค้าตัดสินใจจากราคารวมไม่ใช่แค่ราคาประมูล ระบบควรถูกต้องพอที่จะเปรียบเทียบค่าขนส่งโดยประมาณ และอัปเดตสถานะพัสดุ เช่น รอเข้าโกดังไทย รอชำระค่าส่ง จัดส่งสำเร็จ ลูกค้าติดตามได้ทั้งบนเว็บ อีเมล SMS และไลน์
จุดนี้สำคัญต่อ SEO และยอดซ้ำด้วย เพราะคนค้นหาคำว่า สั่งสินค้าญี่ปุ่น มักกังวลเรื่องโปร่งใสของค่าส่งและเวลาได้ของ ถ้าร้านโชว์สถานะชัด จะลดข้อโต้แย้งและรีวิวลบ
ระบบตัวแทนและค่าคอมมิชชั่น
ร้านที่ขยายผ่านเซลล์หรือตัวแทน ควรเปิดระบบค่าคอมมิชชั่นตั้งแต่ต้น เพื่อคำนวณส่วนแบ่งตามออเดอร์อัตโนมัติ ไม่ต้องมาสรุปมือท้ายเดือน ฟีเจอร์นี้รวมอยู่ในชุดระบบร้านค้าของ Japan Net Tech ดูภาพรวมได้ที่ ฟีเจอร์น่าสนใจ
ลำดับการเปิดร้านที่แนะนำ
- ตั้งค่าสินค้าจาก ระบบประมูล Yahoo Auction
- เชื่อม API Mercari Rakuten Amazon ตามแพ็กเกจ
- ตั้งค่าร้านค้า การเงิน E-Wallet และใบเสร็จ
- ทดลองออเดอร์จริงจำนวนน้อย แล้วค่อยเปิดรับลูกค้ากว้าง
- เปิดแจ้งเตือนสถานะและระบบตัวแทนเมื่อออเดอร์นิ่ง
คำถามที่พบบ่อย
ต้องมีแอปมือถือเองหรือไม่
ไม่จำเป็นตอนเริ่ม Japan Net Tech ให้บริการครบทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และ API ร้านเริ่มจากเว็บได้ก่อน แล้วค่อยขยายช่องทาง
ลูกค้าต้องสมัครสมาชิกก่อนโอนไหม
แนะนำให้สมัครเพื่อผูก E-Wallet ประวัติออเดอร์ และที่อยู่จัดส่ง จะตามสถานะพัสดุได้เองโดยไม่ทักไลน์ทุกรอบ
มีคนช่วยเซ็ตระบบให้หรือไม่
มี ทีมขายให้ปรึกษาฟรี และออกใบเสนอราคาตามแพ็กเกจระบบประมูลหรือ API ดึงสินค้าญี่ปุ่น ได้ที่ ขอใบเสนอราคา
สรุป
ระบบร้านค้าและการชำระเงินคือจุดที่ทำให้ธุรกิจ นำเข้าสินค้าญี่ปุ่น กลายเป็นร้านที่รับออเดอร์ได้จริง ไม่ใช่แค่โชว์สินค้าจาก Yahoo Auction หากตั้งค่า E-Wallet ใบเสร็จ ค่าส่ง และสถานะนำเข้าให้ครบ ร้านจะขยายออเดอร์ได้โดยงานแอดมินไม่โตตามเท่าตัว
พร้อมเริ่มแล้วดู ราคาและแพ็กเกจ หรืออ่านฟีเจอร์ระบบต่อที่ ฟีเจอร์น่าสนใจ
Thai